
เครื่องอบผ้าคือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ช่วยแก้ปัญหาการตากผ้าในช่วงฝนตกหรือพื้นที่จำกัด ทำให้ผ้าแห้งได้รวดเร็วโดยไม่ต้องพึ่งแสงแดด อีกทั้งยังช่วยลดกลิ่นอับ ความชื้น และฝุ่นที่อาจติดมากับการตากกลางแจ้ง จึงประหยัดเวลาและเพิ่มความสะดวกในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะคนทำงานหรือครอบครัวที่มีผ้าปริมาณมาก ปัจจุบันมีให้เลือก 3 ระบบหลักที่ต่างกันชัดเจนทั้งเรื่องความเร็ว ค่าไฟ และการถนอมผ้า บทความนี้รวม 10 ยี่ห้อเด่นพร้อมวิธีเลือก
ยาวไปเลือกอ่านได้นะ
อ่านต่อในหมวดเครื่องอบผ้า — เครื่องอบผ้าฝาหน้า · รวมบทความเครื่องอบผ้าทั้งหมด
เครื่องอบผ้ามีกี่ระบบ แบบไหนเหมาะกับบ้านเรา?

เครื่องอบผ้าแบ่งเป็น 3 ระบบหลักที่ต่างกันชัดเจน ระบบลมร้อน (Venting) ทำงานโดยดูดอากาศภายนอกมาทำความร้อนเพื่อเป่าความชื้นออกจากผ้า แล้วปล่อยลมร้อนออกทางท่อระบายอากาศโดยตรง จุดเด่นคือราคาเครื่องย่อมเยาและอบแห้งได้เร็วทันใจ แต่ใช้ไฟค่อนข้างสูง อาจทำให้ผ้าบางชนิดเสื่อมสภาพไวจากอุณหภูมิที่สูง และต้องมีจุดต่อท่อระบายออกนอกอาคาร ถ้าติดตั้งในจุดที่ระบายอากาศไม่ดีจะทำให้บริเวณนั้นร้อนและอับชื้น
ระบบควบแน่น (Condenser) เป่าลมร้อนให้ผ้าแห้งเหมือนระบบลมร้อน แต่เปลี่ยนความชื้นเป็นหยดน้ำเก็บไว้ในถังพักน้ำภายในเครื่อง จึงไม่ต้องต่อท่อออกนอกอาคาร ติดตั้งได้ทุกที่ เหมาะกับคอนโดหรือบ้านที่ไม่สะดวกเจาะผนัง ส่วนระบบปั๊มความร้อน (Heat Pump) หมุนเวียนลมร้อนภายในถังกลับมาใช้ใหม่ ใช้อุณหภูมิต่ำในการอบ จึงถนอมเนื้อผ้าได้ดีที่สุด ไม่ทำให้ผ้าหมองหรือหดง่าย และประหยัดพลังงานได้ถึงราว 50% เมื่อเทียบกับการอบแบบปกติ ข้อจำกัดคือราคาเครื่องสูงกว่าและใช้เวลาอบนานกว่า
วิธีเลือกเครื่องอบผ้าให้แห้งไวและถนอมผ้า
การเลือกเครื่องอบผ้าควรดูทั้งระบบการอบ ความจุ เซนเซอร์และโปรแกรม รวมถึงพื้นที่ติดตั้ง เลือกตามนี้จะตอบโจทย์ที่สุด
เลือกระบบให้ตรงกับความต้องการหลัก

การเลือกระบบขึ้นอยู่กับว่าให้ความสำคัญกับอะไรมากที่สุด ถ้าเน้นประหยัดค่าไฟระยะยาวและถนอมเสื้อผ้าชิ้นบอบบางควรเลือกระบบปั๊มความร้อน (Heat Pump) ที่อบด้วยอุณหภูมิต่ำ ไม่ทำลายเส้นใยผ้าและลดการหดตัวกับสีซีดจาง แม้ราคาสูงกว่าแต่คุ้มค่าในระยะยาว ถ้าเน้นอบได้เร็วและแห้งสนิทโดยไม่กังวลเรื่องค่าไฟ ระบบลมร้อน (Venting) ตอบโจทย์ที่สุดเพราะทำความร้อนได้รวดเร็วและราคาเครื่องถูกที่สุด คุ้มทุนเร็ว ส่วนคนที่ต้องการทั้งความประหยัด ความเร็ว และการติดตั้งที่ง่ายไม่ต้องเจาะผนัง ระบบควบแน่น (Condenser) เป็นทางสายกลางที่ลงตัว
เลือกความจุให้เหมาะกับปริมาณผ้าและจำนวนคนในบ้าน

ความจุของเครื่องอบผ้าควรสอดคล้องกับปริมาณผ้าที่ซักแต่ละครั้ง โดยทั่วไปเครื่องขนาด 7 ถึง 8 กิโลกรัมเหมาะกับคนโสด คู่รัก หรือครอบครัวเล็ก 2 ถึง 3 คน ขนาด 9 ถึง 10 กิโลกรัมเหมาะกับครอบครัวขนาดกลาง 3 ถึง 5 คน ส่วนขนาด 10 กิโลกรัมขึ้นไปเหมาะกับครอบครัวใหญ่หรือบ้านที่ต้องอบผ้าหนาอย่างผ้าห่มและผ้านวมบ่อย ข้อสำคัญคือความจุอบมักน้อยกว่าความจุซัก จึงควรเลือกให้เครื่องอบมีความจุใกล้เคียงกับเครื่องซักที่ใช้อยู่ และไม่ควรใส่ผ้าจนแน่นเกินไปเพราะผ้าจะแห้งไม่ทั่วถึง ใช้เวลานานขึ้น และเปลืองไฟมากกว่าเดิม
ตรวจสอบเซนเซอร์และโปรแกรมการอบ
เซนเซอร์และโปรแกรมช่วยให้อบผ้าได้พอดีและถนอมผ้ามากขึ้น ระบบ Sensor Dry ที่ตรวจจับความชื้นในผ้าอัตโนมัติแล้วหยุดทำงานเมื่อผ้าแห้งสนิทเป็นฟีเจอร์ที่คุ้มค่ามาก เพราะป้องกันการอบเกินความจำเป็นที่ทำให้ผ้าเสียหายและเปลืองไฟ โปรแกรมอบเฉพาะสำหรับผ้าแต่ละประเภทอย่างผ้าฝ้าย ผ้าใยสังเคราะห์ ผ้าขนหนู เสื้อเชิ้ต และชุดกีฬาช่วยให้เลือกอุณหภูมิที่เหมาะสมกับเนื้อผ้า ส่วนโปรแกรมลดรอยยับอย่าง Anti Crease หรือ Easy Iron ช่วยลดรอยยับหลังอบทำให้รีดผ้าง่ายขึ้นและประหยัดเวลา ควรเลือกรุ่นที่มีระดับความแห้งให้ปรับได้ตามการใช้งานต่อ
ดูพื้นที่ติดตั้งและระบบดูแลรักษา

พื้นที่ติดตั้งเป็นข้อจำกัดที่ต้องพิจารณาตั้งแต่แรก ระบบลมร้อนต้องมีจุดต่อท่อระบายอากาศออกนอกอาคาร จึงต้องเจาะผนังหรือมีช่องเตรียมไว้ ส่วนระบบควบแน่นและปั๊มความร้อนติดตั้งได้อิสระโดยไม่ต้องต่อท่อ วางในห้องซักผ้า ห้องครัว หรือใต้เคาน์เตอร์ได้ บางรุ่นวางซ้อนบนเครื่องซักผ้าได้เพื่อประหยัดพื้นที่ซึ่งเหมาะกับคอนโด ด้านการดูแลรักษาควรเลือกรุ่นที่มีระบบทำความสะอาดคอนเดนเซอร์อัตโนมัติ (SelfCleaning Condenser) เพื่อลดภาระการล้าง และควรทำความสะอาดแผ่นกรองขุยผ้าทุกครั้งหลังใช้ พร้อมเช็ดแถบเซนเซอร์วัดความชื้นเป็นระยะเพื่อให้วัดค่าได้แม่นยำ
10 เครื่องอบผ้า ยี่ห้อไหนดี แห้งไว ถนอมผ้า ประหยัดไฟ
รวมเครื่องอบผ้ายอดนิยม ครบทั้งระบบ Heat Pump ถนอมผ้าประหยัดไฟ ระบบลมร้อนแห้งไวคุ้มทุน และเครื่องซักอบในตัวสำหรับพื้นที่จำกัด เลือกให้ตรงกับบ้านและงบได้เลย
1. LG เครื่องอบผ้า Heat Pump รุ่น RV10VHP2B

เครื่องอบผ้าจาก LG ระบบปั๊มความร้อน ความจุ 10 กิโลกรัม จุดเด่นคือใช้เทคโนโลยี Heat Pump ที่อบด้วยอุณหภูมิต่ำ จึงถนอมเนื้อผ้าไม่ทำลายเส้นใย ลดการหดตัวและสีซีดจาง พร้อมประหยัดพลังงานได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับระบบลมร้อน มอเตอร์ Inverter ที่ทำงานเงียบและทนทาน มีเซนเซอร์ตรวจจับความชื้นและโปรแกรมอบหลากหลาย ควบคุมผ่านแอปได้ ความจุใหญ่รองรับผ้าหนาอย่างผ้าห่ม เหมาะกับครอบครัวขนาดกลางถึงใหญ่ที่ต้องการทั้งถนอมผ้าและประหยัดไฟระยะยาว
2. Electrolux เครื่องอบผ้า รุ่น EDS904H3WC

เครื่องอบผ้าจาก Electrolux ระบบปั๊มความร้อน ความจุ 9 กิโลกรัม จุดเด่นคือระบบ SensorDry ที่ตรวจจับความชื้นในผ้าอัตโนมัติและหยุดทำงานเมื่อผ้าแห้งสนิทพอดี จึงไม่อบเกินความจำเป็น ประหยัดไฟและถนอมผ้าไปพร้อมกัน มีโปรแกรมอบเฉพาะสำหรับผ้าหลายประเภท ปรับระดับความแห้งได้ตามการใช้งานต่อว่าจะรีดหรือเก็บเข้าตู้ทันที ดีไซน์ทันสมัยประหยัดพื้นที่ เหมาะกับคนที่ต้องการเครื่องอบผ้าอัจฉริยะที่อบพอดีไม่เปลืองไฟจากแบรนด์ที่เชี่ยวชาญด้านเครื่องซักอบ
3. Bosch เครื่องอบผ้า Series 6 รุ่น WQG24200TH

เครื่องอบผ้าจาก Bosch ระบบปั๊มความร้อน ความจุ 9 กิโลกรัม จุดเด่นคือมาพร้อม SelfCleaning Condenser ที่ทำความสะอาดคอนเดนเซอร์อัตโนมัติ ลดภาระการดูแลและรักษาประสิทธิภาพให้คงที่ยาวนาน ปล่อยลมร้อนออกจากตัวเครื่องเพียงเล็กน้อยและมีระบบควบแน่นกักเก็บความชื้น จึงติดตั้งได้ทุกที่โดยไม่ต้องต่อท่อระบายอากาศ มีระดับความแห้งให้เลือก 3 ระดับตั้งแต่แห้งพอรีดไปจนถึงแห้งสนิทเก็บเข้าตู้ได้ทันที พร้อมโหมด Easy Iron และ Crease Guard ลดรอยยับ เหมาะกับคนที่เน้นคุณภาพเยอรมันและการดูแลง่าย
4. Samsung เครื่องอบผ้า Heat Pump

เครื่องอบผ้าจาก Samsung ระบบปั๊มความร้อน จุดเด่นคือใช้เทคโนโลยี Heat Pump ที่อบด้วยความร้อนต่ำ จึงไม่ทำลายเส้นใยผ้าและช่วยประหยัดพลังงานได้ราว 30 ถึง 40% พร้อมเซนเซอร์ Optimal Dry ที่ตรวจวัดความชื้นและอุณหภูมิเพื่อปรับเวลาอบให้พอดี ป้องกันการอบเกินที่ทำให้ผ้าเสียหาย มีโปรแกรมอบหลากหลายและโหมดถนอมผ้าบอบบาง ควบคุมผ่านแอป SmartThings ได้ ดีไซน์เรียบทันสมัย เหมาะกับคนที่ใช้เครื่องซักผ้า Samsung อยู่แล้วและต้องการชุดที่เข้ากันพร้อมระบบสมาร์ตโฮม
5. Toshiba เครื่องอบผ้า รุ่น TD-H80SET

เครื่องอบผ้าจาก Toshiba ความจุ 7 กิโลกรัม จุดเด่นคือใช้เทคโนโลยี Venting Dryer ที่ระบายความร้อนออกไปช่วยให้อบแห้งไวและประหยัดไฟมากขึ้นในระดับราคานี้ พร้อมโปรแกรม Anti Crease ที่ช่วยลดรอยยับของผ้าหลังอบ ทำให้ประหยัดเวลาในการรีดผ้า ราคาราว 12,090 บาท ซึ่งเข้าถึงง่ายที่สุดในกลุ่มเครื่องอบผ้าแยกชิ้น ขนาด 7 กิโลกรัมเหมาะกับครอบครัวเล็กถึงกลาง เหมาะกับคนที่อยากเริ่มใช้เครื่องอบผ้าในงบประหยัดและต้องการความเร็วในการอบมากกว่าการประหยัดไฟสูงสุด
6. Beko เครื่องอบผ้า รุ่น BM3T3929W

เครื่องอบผ้าจาก Beko แบรนด์ยุโรป ความจุ 9 กิโลกรัม จุดเด่นคือให้ความคุ้มค่าสูงในระดับราคา มีเซนเซอร์ตรวจจับความชื้นที่ช่วยอบผ้าให้พอดีไม่เปลืองไฟ โปรแกรมอบหลากหลายรองรับผ้าหลายชนิด ระบบทำงานเงียบไม่รบกวนสมาชิกในบ้าน ดีไซน์ขาวเรียบหรูเข้ากับทุกบ้าน ความจุ 9 กิโลกรัมรองรับครอบครัวขนาดกลางได้สบาย เหมาะกับคนที่ต้องการเครื่องอบผ้าจากแบรนด์ยุโรปที่ราคาเข้าถึงได้และฟังก์ชันครบ เป็นตัวเลือกที่สมดุลระหว่างคุณภาพและราคา
7. TCL เครื่องอบผ้าฝาหน้า รุ่น WT09KFDYW

เครื่องอบผ้าฝาหน้าจาก TCL ความจุ 9 กิโลกรัม จุดเด่นคือให้ความคุ้มค่าสูงมากในกลุ่มเครื่องอบผ้าความจุใหญ่ ราคาประหยัดกว่าแบรนด์ยุโรปในความจุเดียวกัน มีโปรแกรมอบหลากหลายรองรับผ้าหลายประเภท ระบบเซนเซอร์ช่วยควบคุมการอบให้เหมาะสม ดีไซน์ฝาหน้าทันสมัยวางซ้อนกับเครื่องซักผ้าได้ ความจุ 9 กิโลกรัมรองรับผ้าหนาและครอบครัวขนาดกลาง เหมาะกับคนที่ต้องการเครื่องอบผ้าความจุใหญ่ในงบจำกัด เป็นตัวเลือกคุ้มราคาสำหรับครอบครัวที่ผ้าเยอะ
8. Haier เครื่องอบผ้า

เครื่องอบผ้าจาก Haier จุดเด่นคือมีรุ่นให้เลือกหลากหลายในราคาจับต้องได้ แต่ยังรองรับผ้าหนักอย่างผ้าห่มหรือผ้านวมได้ ระบบ Eco ที่ทำงานเงียบและช่วยลดการใช้พลังงานแต่ยังอบแห้งได้ดี มีโปรแกรมอบหลายโหมดเลือกได้ตามประเภทผ้า โครงสร้างแข็งแรงทนทานใช้งานหนักได้หลายปี เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการเครื่องอบผ้าใช้งานหนักในงบไม่สูง หรือบ้านที่มีผ้าปริมาณมากต้องอบบ่อย เป็นตัวเลือกคุ้มค่าที่เน้นความทนทานและความจุมากกว่าฟีเจอร์หรูหรา
9. LG WashTower เครื่องซักและอบผ้า รุ่น WT2116SHBB

เครื่องซักและอบผ้าแบบทาวเวอร์จาก LG รุ่น WashTower ความจุซัก 21 กิโลกรัมและอบ 16 กิโลกรัม จุดเด่นคือรวมเครื่องซักและเครื่องอบไว้ในโครงสร้างเดียวแบบวางซ้อนที่ออกแบบมาให้เข้ากันพอดี มีแผงควบคุมกลางเดียวใช้งานทั้งสองเครื่อง ประหยัดพื้นที่และดูเป็นระเบียบสวยงาม ระบบ AI ที่เลือกโปรแกรมซักและอบให้อัตโนมัติตามชนิดผ้า ความจุใหญ่มากรองรับผ้าห่มและผ้านวมได้สบาย เหมาะกับครอบครัวใหญ่ที่มีพื้นที่จำกัดในแนวราบแต่ต้องการความจุสูงสุดและความสะดวกครบวงจร
10. Samsung เครื่องซักผ้าฝาหน้าและอบผ้า รุ่น WD16T6500GV/ST

เครื่องซักอบในตัวจาก Samsung ความจุซัก 16 กิโลกรัมและอบ 10 กิโลกรัม จุดเด่นคือรวมการซักและอบไว้ในเครื่องเดียว ประหยัดพื้นที่ที่สุดเหมาะกับคอนโดหรือบ้านที่วางสองเครื่องไม่ได้ ไม่ต้องย้ายผ้าระหว่างซักกับอบ สะดวกใช้งานปุ่มเดียวจบ มีโปรแกรมซักอบต่อเนื่องอัตโนมัติ ควบคุมผ่านแอปได้ ข้อควรทราบคือความจุอบน้อยกว่าความจุซักเกือบครึ่ง จึงต้องแบ่งผ้าออกก่อนอบ และใช้เวลานานกว่าเครื่องอบแยก เหมาะกับคนที่พื้นที่จำกัดและเน้นความสะดวกเป็นหลัก
ตารางเปรียบเทียบเครื่องอบผ้าทั้ง 10 ยี่ห้อ
| ยี่ห้อ/รุ่น | ระบบ | ความจุ | จุดเด่น | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|---|---|
| LG RV10VHP2B | Heat Pump | 10 กก. | Inverter เงียบ ถนอมผ้า | ครอบครัวกลาง-ใหญ่ เน้นประหยัดไฟ |
| Electrolux EDS904H3WC | Heat Pump | 9 กก. | SensorDry อบพอดี | เน้นอัจฉริยะ ไม่เปลืองไฟ |
| Bosch Series 6 WQG24200TH | Heat Pump | 9 กก. | SelfCleaning Condenser | เน้นคุณภาพ ดูแลง่าย |
| Samsung Heat Pump | Heat Pump | หลายขนาด | ประหยัด 30-40%, Optimal Dry | สมาร์ตโฮม SmartThings |
| Toshiba TD-H80SET | Venting | 7 กก. | Anti Crease, ~12,090 บาท | งบประหยัด เน้นแห้งไว |
| Beko BM3T3929W | Condenser | 9 กก. | เซนเซอร์ความชื้น เงียบ | แบรนด์ยุโรป งบเข้าถึงได้ |
| TCL WT09KFDYW | ฝาหน้า | 9 กก. | ความจุใหญ่ ราคาคุ้ม | ผ้าเยอะ งบจำกัด |
| Haier | หลายระบบ | หลายขนาด | โหมด Eco ทนทาน | ใช้งานหนัก งบไม่สูง |
| LG WashTower WT2116SHBB | ซัก + อบ | ซัก 21 / อบ 16 กก. | วางซ้อน แผงควบคุมเดียว | ครอบครัวใหญ่ พื้นที่จำกัด |
| Samsung WD16T6500GV | ซักอบในตัว | ซัก 16 / อบ 10 กก. | 2-in-1 ปุ่มเดียวจบ | คอนโด พื้นที่จำกัดมาก |
ใช้เครื่องอบผ้ายังไงให้ผ้าแห้งไวและไม่เสียเนื้อผ้า?
เริ่มจากปั่นหมาดในเครื่องซักผ้าด้วยรอบหมุนสูงสุดที่ผ้าชนิดนั้นรับได้ก่อนนำเข้าเครื่องอบ เพราะยิ่งผ้าหมาดมากเท่าไหร่ เครื่องอบก็ยิ่งใช้เวลาและไฟน้อยลงเท่านั้น แยกผ้าตามชนิดและความหนาก่อนอบ ไม่อบผ้าหนากับผ้าบางรวมกันเพราะจะทำให้ผ้าบางแห้งเกินไปและเสียหาย ส่วนผ้าหนายังไม่แห้ง ไม่ใส่ผ้าจนแน่นเกินราว 70 ถึง 80% ของความจุถัง เพราะผ้าต้องมีพื้นที่หมุนให้ลมร้อนผ่านได้ทั่วถึง เลือกโปรแกรมและระดับความแห้งให้ตรงกับชนิดผ้า และใช้ระบบเซนเซอร์อัตโนมัติแทนการตั้งเวลาเองจะถนอมผ้ากว่า
เคล็ดลับดูแลรักษาคือทำความสะอาดแผ่นกรองขุยผ้าทุกครั้งหลังใช้ เพราะขุยที่อุดตันทำให้ลมไหลเวียนไม่ดี ผ้าแห้งช้าและกินไฟเพิ่ม เทน้ำในถังพักน้ำสำหรับระบบควบแน่นและปั๊มความร้อน และเช็ดแถบเซนเซอร์วัดความชื้นในถังอบด้วยผ้าชุบน้ำหมาดเป็นระยะเพื่อลบคราบน้ำยาปรับผ้านุ่มสะสม จะช่วยให้เซนเซอร์วัดค่าได้แม่นยำ
เลือกเครื่องอบผ้าให้ตรงกับความต้องการคือหัวใจสำคัญ คนเน้นถนอมผ้าและประหยัดไฟระยะยาวเลือกระบบ Heat Pump อย่าง LG RV10VHP2B, Electrolux EDS904H3WC หรือ Bosch Series 6 คนงบประหยัดที่เน้นแห้งไวเลือกระบบลมร้อนอย่าง Toshiba TD-H80SET ที่ราคาราว 12,090 บาท คนอยู่คอนโดพื้นที่จำกัดเลือกเครื่องซักอบในตัวอย่าง Samsung WD16T6500GV หรือแบบวางซ้อนอย่าง LG WashTower ครอบครัวผ้าเยอะงบจำกัดเลือก TCL หรือ Haier ก่อนซื้อเลือกระบบให้ตรงกับสิ่งที่ให้ความสำคัญที่สุด เลือกความจุตามจำนวนคนในบ้าน ตรวจสอบว่ามีเซนเซอร์ตรวจจับความชื้นและโปรแกรมลดรอยยับ และดูพื้นที่ติดตั้งว่าต้องต่อท่อหรือไม่ ที่สำคัญปั่นหมาดให้ดีก่อนอบ ไม่ใส่ผ้าแน่นเกินไป และล้างแผ่นกรองขุยทุกครั้ง ผ้าจะแห้งไว ไม่เสียเนื้อผ้า และค่าไฟไม่บานปลาย ลองเลือกยี่ห้อที่ตรงกับบ้านและงบไปใช้ดูได้เลย
คำถามที่พบบ่อย
Q: ผ้าประเภทไหนบ้างที่ไม่ควรใส่เครื่องอบผ้า?
A: มีหลายชนิดที่ควรเลี่ยง ผ้าที่มีส่วนผสมของยางยืดหรือสแปนเด็กซ์อย่างชุดว่ายน้ำและชุดกีฬารัดรูปอาจเสียความยืดหยุ่นจากความร้อน ผ้าไหม ผ้าลูกไม้ และผ้าบอบบางอาจเสียรูปหรือขาดง่าย เสื้อผ้าที่มีลายพิมพ์หรือสกรีนอาจลอกและแตก เสื้อผ้าที่มีขนสัตว์หรือผ้าวูลอาจหดตัวอย่างรุนแรง รวมถึงเสื้อผ้าที่มีโลหะ กระดุมพลาสติก หรืออุปกรณ์ตกแต่งที่อาจละลายหรือทำให้ถังเสียหาย นอกจากนี้ผ้าที่เปื้อนน้ำมันหรือสารไวไฟไม่ควรอบเด็ดขาดเพราะเสี่ยงติดไฟ ควรอ่านป้ายดูแลผ้าที่คอเสื้อทุกครั้ง ถ้ามีสัญลักษณ์วงกลมในสี่เหลี่ยมที่มีกากบาททับแสดงว่าห้ามอบด้วยเครื่อง
Q: เครื่องอบผ้าเปลืองไฟเดือนละเท่าไหร่?
A: ขึ้นอยู่กับระบบ ความจุ และความถี่ในการใช้งาน โดยทั่วไประบบลมร้อนกินไฟมากที่สุดต่อรอบ รองลงมาคือระบบควบแน่น ส่วนระบบปั๊มความร้อนกินไฟน้อยที่สุดโดยประหยัดได้ราวครึ่งหนึ่งของระบบทั่วไป หากใช้งานสัปดาห์ละ 3 ถึง 4 ครั้ง ค่าไฟจากเครื่องอบผ้าระบบปั๊มความร้อนมักอยู่ในหลักไม่กี่ร้อยบาทต่อเดือน ขณะที่ระบบลมร้อนอาจสูงกว่าเท่าตัว การประหยัดไฟทำได้โดยปั่นหมาดให้แห้งที่สุดก่อนอบ อบเต็มความจุที่เหมาะสมแทนการอบทีละน้อย เลือกโปรแกรมที่ตรงกับชนิดผ้า และล้างแผ่นกรองขุยสม่ำเสมอเพื่อไม่ให้เครื่องทำงานหนักเกินจำเป็น
Q: ซื้อเครื่องอบผ้าแยกหรือเครื่องซักอบในตัว แบบไหนดีกว่ากัน?
A: ขึ้นอยู่กับพื้นที่และปริมาณผ้า เครื่องซักอบในตัวเน้นความสะดวกและประหยัดพื้นที่จัดวางที่สุด ไม่ต้องย้ายผ้าระหว่างซักกับอบ เหมาะกับคอนโดหรือบ้านที่วางสองเครื่องไม่ได้ แต่มีข้อจำกัดคือความจุในการอบมักน้อยกว่าความจุซักเกือบครึ่งหนึ่ง จึงต้องแบ่งผ้าออกก่อนเริ่มอบ และใช้เวลานานกว่าเพราะถังซักไม่ได้ออกแบบมาให้ระบายความชื้นได้เร็วเท่าเครื่องอบแยก ส่วนเครื่องอบผ้าแยกชิ้นอบได้เร็วกว่า แห้งสนิทกว่า และอบได้เต็มความจุ เหมาะกับบ้านที่มีผ้าเยอะและมีพื้นที่พอ ถ้าอบผ้าบ่อยและผ้าเยอะเครื่องแยกคุ้มกว่า
Q: เครื่องอบผ้าทำให้ผ้าหดจริงไหม ป้องกันอย่างไร?
A: มีโอกาสหดได้จริงโดยเฉพาะกับผ้าฝ้ายและผ้าวูลที่อบด้วยอุณหภูมิสูง เพราะความร้อนทำให้เส้นใยหดตัว ระบบลมร้อนที่ใช้อุณหภูมิสูงจึงมีความเสี่ยงมากกว่าระบบปั๊มความร้อนที่ใช้อุณหภูมิต่ำ วิธีป้องกันคือเลือกใช้ระบบปั๊มความร้อนถ้ากังวลเรื่องผ้าหด เลือกโปรแกรมอบที่ตรงกับชนิดผ้าและใช้อุณหภูมิต่ำสำหรับผ้าที่หดง่าย ใช้ระบบเซนเซอร์อัตโนมัติที่หยุดเมื่อผ้าแห้งพอดีแทนการตั้งเวลานานเกินไป และไม่อบผ้าจนแห้งกรอบเกินความจำเป็น สำหรับผ้าที่หดง่ายมากอาจอบเพียงบางส่วนแล้วนำไปผึ่งให้แห้งสนิทแทน
Q: เครื่องอบผ้าต้องล้างหรือบำรุงรักษาบ่อยแค่ไหน?
A: มีการดูแลหลายระดับตามความถี่ แผ่นกรองขุยผ้าควรทำความสะอาดทุกครั้งหลังใช้งาน เพราะขุยที่อุดตันทำให้ลมไหลเวียนไม่ดี ผ้าแห้งช้า กินไฟเพิ่ม และเสี่ยงต่อความร้อนสะสม ถังพักน้ำในระบบควบแน่นและปั๊มความร้อนควรเทน้ำทิ้งทุกครั้งหรือทุก 2 ถึง 3 รอบขึ้นอยู่กับปริมาณ แถบเซนเซอร์วัดความชื้นในถังอบควรเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำหมาดเดือนละครั้งเพื่อลบคราบน้ำยาปรับผ้านุ่ม ส่วนแผ่นกรองคอนเดนเซอร์ควรล้างทุก 1 ถึง 3 เดือน ยกเว้นรุ่นที่มีระบบทำความสะอาดอัตโนมัติ และควรเช็ดยางขอบประตูและภายในถังเป็นระยะเพื่อป้องกันกลิ่นอับ


