
คราฟต์เบียร์ไทยช่วงนี้ไม่ธรรมดาแล้ว จากที่เมื่อก่อนหาดื่มยากมาก ต้องไปงานอีเวนต์หรือร้านเฉพาะทาง ตอนนี้มีให้เลือกเยอะขึ้นมาก ทั้งรสชาติ กลิ่น และสไตล์ที่หลากหลายจนแทบเลือกไม่ถูก บทความนี้รวม 10 ยี่ห้อที่น่าลองไว้ให้แล้ว โดยเน้นตัวที่รสนุ่ม หอมฮอป และดื่มง่ายเป็นหลัก ไม่ว่าจะเพิ่งเริ่มต้นหรือดื่มมาสักพักแล้ว น่าจะมีตัวที่ถูกใจอยู่ในลิสต์นี้แน่นอน
ยาวไปเลือกอ่านได้นะ
คราฟต์เบียร์คืออะไร และทำไมถึงต่างจากเบียร์ทั่วไป?

คราฟต์เบียร์ (Craft Beer) คือเบียร์ที่ผลิตในปริมาณน้อย ให้ความสำคัญกับกระบวนการต้มและวัตถุดิบมากกว่าการผลิตในระดับอุตสาหกรรม ผู้ผลิตมักเรียกว่า “บริวเวอร์” และมีอิสระในการสร้างสรรค์รสชาติแบบเฉพาะตัว
สิ่งที่ทำให้คราฟต์เบียร์ต่างจากเบียร์กล่องทั่วไปมีหลายอย่าง ทั้งปริมาณการผลิต วัตถุดิบที่เลือกใช้ และกลิ่นที่ซับซ้อนกว่ามาก โดยเฉพาะในแง่ของฮอป (Hop) ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่ให้ทั้งความขมและกลิ่นหอมเฉพาะตัว ใครที่เคยดื่มเบียร์แล้วรู้สึกว่า “มีอะไรมากกว่านี้แน่เลย” นั่นแหละคือสัญญาณว่าน่าจะลองคราฟต์เบียร์ดู
10 คราฟต์เบียร์ไทยยี่ห้อไหนดี ที่ควรลองในปีนี้?
1. Udomsuk Beer

อุดมสุขเบียร์คือหนึ่งในผู้บุกเบิกวงการคราฟต์เบียร์ไทยตั้งแต่ยุคแรก ๆ เลย สไตล์เด่นของแบรนด์นี้คือความขมแบบอเมริกัน โดยเฉพาะ IPA อย่าง West Coast IPA ที่กลิ่นฮอปหนักแน่นมาก แต่ขมในทางที่ “รู้สึกดี” ไม่ใช่ขมแบบแสบคอ
จุดเดียวที่ต้องบอกคือหาซื้อค่อนข้างยาก มักเจอตามงานอีเวนต์หรือร้านคราฟต์เบียร์เฉพาะทาง แต่ถ้าเจอเมื่อไหร่ อย่าพลาด
2. Chiang Mai Beer

ชื่อเชียงใหม่แต่มาในสไตล์เยอรมัน (ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะเบียร์เยอรมันชื่อดังก็มักมีชื่อเมืองติดอยู่ด้วย) สินค้ายืนพื้นมีสองตัวหลักคือ Red Truck IPA และ Chiang Mai Weizen ตัว Weizen คือตัวที่แนะนำสำหรับคนที่ไม่ถนัดขม กลิ่นกล้วยนวล ๆ ซ่าเบา ดื่มง่ายมาก และมีกลิ่นเครื่องเทศเบา ๆ ปิดท้าย รู้สึกเหมือนดื่มเบียร์ที่ใส่ใจในรายละเอียด
3. Golden Coins

Golden Coins เป็นกลุ่มผู้บุกเบิกที่ไม่ใช่แค่ต้มเบียร์ แต่ยังเปิดบาร์ที่เสิร์ฟเฉพาะคราฟต์เบียร์ไทยล้วน ๆ แห่งแรกในกรุงเทพฯ อีกด้วย IPA ของแบรนด์นี้ขึ้นชื่อเรื่องความขมที่ “ดื่มง่ายกว่าที่คิด” คาแรกเตอร์ขมลึกคล้ายกาแฟ แต่ไม่หนักจนเกินไป เหมาะมากสำหรับคนที่อยากลองเบียร์ขมแบบจริงจังเป็นครั้งแรก
4. THER Brewing Woman Project

โปรเจกต์ที่น่าสนใจมากตัวหนึ่ง THER เกิดจากการรวมตัวของบริวเวอร์หญิงจาก 4 ค่ายคือ Max Beer, Beernista, X-Beer และ Brewrapha Brewing ผลที่ได้คือ THER Rosebud Pale Ale ที่มีกลิ่นหอมดอกไม้และผลไม้เมืองร้อน นุ่มมาก ดื่มง่ายกว่า IPA ทั่วไปเยอะ และเป็นตัวที่เหมาะกับคนที่อยากได้ “กลิ่น” มากกว่า “ความขม”
5. Sandport Beer

Sandport เป็นอีกแบรนด์ที่น่าจับตามอง มีสไตล์หลากหลาย ตั้งแต่ Pale Ale ไปจนถึง Session IPA ซึ่งเหมาะกับคนที่ยังไม่ชินกับความขมมาก “Session” หมายถึงแอลกอฮอล์ต่ำกว่าปกติ (มักอยู่ที่ต่ำกว่า 5%) ทำให้ดื่มได้นานขึ้นโดยไม่รู้สึกหนักหัว กลิ่นฮอปยังคงอยู่ครบ แต่รสชาติเบากว่า
6. Zeaman

Zeaman คือแบรนด์ที่หาซื้อง่ายกว่าหลาย ๆ ยี่ห้อในลิสต์นี้ มักเจอตามร้านอาหารและบาร์ในกรุงเทพฯ สไตล์หลักเน้นดื่มง่าย ซ่ากำลังดี ไม่หนักเกิน เหมาะกับการนั่งกินข้าวเย็นพร้อมเพื่อน ๆ มากกว่าจะเป็นเบียร์ที่ดื่มเพื่อ “ลิ้มรส” อย่างจริงจัง แต่ในความดื่มง่ายนั้นแหละคือจุดเด่นของมัน
7. X-Beer

X-Beer มีชื่อในวงการคราฟต์ไทยมาสักพักแล้ว และยังเป็นหนึ่งในทีมที่ร่วมสร้าง D’X Genesis IPA กับ Ducky Fly ด้วย สไตล์ของ X-Beer มักเน้นฮอปชัดเจน กลิ่นผลไม้ นิดหน่อยดอกไม้ และมีความขมที่ไม่หักโหม เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้กลิ่นฮอปแบบเต็ม ๆ แต่ยังไม่พร้อมกับความขมระดับ Double IPA
8. Brewrapha

Brewrapha เป็นชื่อที่คนในวงการรู้จักดี มีการทดลองสไตล์เบียร์หลากหลาย รวมถึง Saison ที่ค่อนข้างหายากในตลาดไทย กลิ่นผลไม้ซิตรัส นุ่ม ซ่าพอดี และมีความแห้งที่ปลายลิ้น ถ้าเคยดื่ม Belgian-style beer มาแล้วและอยากลองอะไรใกล้เคียง ตัวนี้น่าสนใจมาก
9. Beernista

Beernista เป็นหนึ่งในบริวเวอร์รุ่นใหม่ที่ได้รับการพูดถึงบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ สไตล์การต้มเน้นการใช้ฮอปหลายชนิดผสมกัน ทำให้ได้กลิ่นที่ซับซ้อนแต่ไม่ได้ยาก เป็น “เบียร์สำหรับคนอยากรู้จักฮอปให้มากขึ้น” โดยไม่ต้องไปลองสไตล์ที่หนักเกินไปตั้งแต่แรก
10. Max Beer

Max Beer ปิดท้ายลิสต์นี้ในฐานะแบรนด์ที่ “กลมกล่อม” อาจจะเป็นคำที่เหมาะที่สุด ไม่ได้เน้นขมจัด ไม่ได้เน้นหวาน แต่ผสมผสานกันได้พอดี เหมาะกับนักดื่มใหม่ที่อยากสำรวจโลกคราฟต์เบียร์ไทยโดยไม่ต้องการเริ่มจากรสชาติสุดขั้ว
เปรียบเทียบ 10 คราฟต์เบียร์ไทย สไตล์ ความขม และความดื่มง่าย
| ยี่ห้อ | สไตล์หลัก | ระดับความขม | ความดื่มง่าย | แนะนำสำหรับ |
|---|---|---|---|---|
| Udomsuk | West Coast IPA | สูง | ปานกลาง | คนชอบขมจัด |
| Chiang Mai Beer | Weizen / IPA | ต่ำถึงปานกลาง | สูงมาก | มือใหม่ |
| Golden Coins | IPA | ปานกลาง | ปานกลางถึงสูง | ชอบขมแบบกาแฟ |
| THER | Pale Ale | ต่ำ | สูงมาก | อยากได้กลิ่นดอกไม้ |
| Sandport | Session IPA / Pale Ale | ต่ำถึงปานกลาง | สูง | ดื่มนาน ๆ |
| Zeaman | Lager / Pale | ต่ำ | สูงมาก | กินคู่อาหาร |
| X-Beer | IPA | ปานกลาง | ปานกลาง | สายฮอป |
| Brewrapha | Saison | ต่ำถึงปานกลาง | ปานกลาง | สายเบลเยียม |
| Beernista | Pale Ale / IPA | ปานกลาง | ปานกลาง | อยากเรียนรู้ฮอป |
| Max Beer | Various | ต่ำถึงปานกลาง | สูง | มือใหม่ |
ดื่มคราฟต์เบียร์แบบไหนถึงจะได้กลิ่นฮอปเต็ม ๆ?
ฮอปเป็นหัวใจของคราฟต์เบียร์หลายสไตล์ โดยเฉพาะ IPA และ Pale Ale กลิ่นของฮอปจะออกมาดีที่สุดเมื่อดื่มในอุณหภูมิที่เหมาะสม ไม่ใช่เย็นจัดจนชา ลองดื่มที่อุณหภูมิประมาณ 7 ถึง 10 องศาเซลเซียส จะได้กลิ่นผลไม้ ดอกไม้ หรือสนที่ซ่อนอยู่ในฮอปออกมาชัดขึ้นเยอะ
อีกเรื่องที่หลายคนมองข้ามคือแก้ว คราฟต์เบียร์ดื่มจากแก้วทรง Tulip หรือ Pint จะได้กลิ่นดีกว่าดื่มจากขวดหรือกระป๋องโดยตรงมาก ลองดูสักครั้งแล้วจะเข้าใจว่าทำไมบาร์คราฟต์เบียร์ถึงให้ความสำคัญกับแก้วขนาดนั้น
ซื้อคราฟต์เบียร์ไทยได้จากที่ไหน?

ช่องทางหลักที่หาได้ตอนนี้มีทั้งร้านคราฟต์เบียร์โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ซึ่งมีกระจายอยู่ทั่วเมือง ทั้งย่านทองหล่อ เอกมัย อารีย์ และพระนคร นอกจากนั้นยังมีร้านอาหารและบาร์ทั่วไปที่เริ่มนำคราฟต์เบียร์ไทยเข้ามาในเมนูมากขึ้น
บางยี่ห้ออย่าง Chiang Mai Beer และ Zeaman มีวางขายในช่องทางออนไลน์และร้านค้าบางแห่งด้วย ลองค้นหาชื่อยี่ห้อโดยตรงใน Google หรือ Facebook เพื่อดูว่าสามารถหาซื้อได้จากที่ไหนใกล้ที่สุด
คราฟต์เบียร์ไทยตอนนี้ไม่ใช่แค่เทรนด์อีกต่อไปแล้ว มันคือวงการที่มีคนทุ่มเทสร้างมาจริง ๆ ทั้งจากบริวเวอร์ที่ทดลองสูตรมาหลายปี ไปจนถึงกลุ่มที่ไปต้มเบียร์ต่างประเทศแล้วนำกลับมาขายในไทยอย่างถูกกฎหมาย ถ้าอยากเริ่มต้น แนะนำให้ลองสไตล์ Weizen หรือ Pale Ale ก่อน พอเริ่มคุ้นแล้วค่อย ๆ ขยับไปลอง IPA ที่ขมขึ้น รับรองว่าจะค้นพบรสชาติที่ใช่ในแบบของตัวเองได้ในที่สุด
คำถามที่พบบ่อย
Q: คราฟต์เบียร์ไทยกับเบียร์นำเข้าต่างกันอย่างไร?
A: คราฟต์เบียร์ไทยผลิตในประเทศหรือออกแบบโดยบริวเวอร์ไทย ทำให้มีต้นทุนการขนส่งต่ำกว่าและมักสดกว่า ส่วนเบียร์นำเข้าจากยุโรปหรืออเมริกาอาจมีกลิ่นและรสชาติที่แตกต่างออกไปตามแต่ละสไตล์ แต่ในแง่ของคุณภาพ คราฟต์ไทยหลายยี่ห้อไม่แพ้ชาติใดแน่นอน
Q: มือใหม่ควรเริ่มจากสไตล์ไหน?
A: Weizen หรือ Pale Ale เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี รสชาติไม่ขมจัด กลิ่นหอม และดื่มง่าย พอคุ้นแล้วค่อยลองขยับไป IPA ที่ฮอปหนักขึ้น
Q: คราฟต์เบียร์แอลกอฮอล์สูงกว่าเบียร์ทั่วไปไหม?
A: ขึ้นอยู่กับสไตล์ Session IPA มักมีแอลกอฮอล์ต่ำกว่า 5% ส่วน Double IPA หรือ Stout บางตัวอาจสูงถึง 8 ถึง 10% ควรเช็กฉลากก่อนเสมอ
Q: เก็บคราฟต์เบียร์อย่างไรให้ได้รสชาติดีที่สุด?
A: เก็บในตู้เย็นหรือที่เย็นและมืด หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง และควรดื่มภายในวันที่แนะนำบนฉลาก เพราะคราฟต์เบียร์มักไม่ผ่านการพาสเจอร์ไรส์เต็มขั้นเหมือนเบียร์อุตสาหกรรม
Q: ร้านคราฟต์เบียร์ไทยในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่เปิดกี่โมง?
A: ส่วนใหญ่เปิดตั้งแต่ช่วงเย็นประมาณ 17.00 หรือ 18.00 น. และปิดดึก บางร้านเปิดช่วงกลางวันด้วย แนะนำเช็กเวลาเปิดปิดของแต่ละร้านผ่านโซเชียลมีเดียก่อนไปเสมอ


