10 ไวน์แดง ยี่ห้อไหนดี รสกลมกล่อม หอมผลไม้ คุ้มราคา ต้องลองสักครั้ง

10 ไวน์แดง ยี่ห้อไหนดี รสกลมกล่อม หอมผลไม้ คุ้มราคา ต้องลองสักครั้ง

ไวน์แดงมีให้เลือกเยอะมากจนบางทีไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน ยิ่งถ้ายังไม่ได้เป็นสายไวน์จริงจัง การเดินเข้าร้านแล้วเจอชื่อภาษาฝรั่งเศสหรืออิตาลียาวเป็นฟุต มันก็ท้อใจได้เหมือนกัน บทความนี้รวม 10 ยี่ห้อไวน์แดงที่รสชาติดี หอมผลไม้ กลมกล่อม และคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป จะเพิ่งเริ่มดื่มหรือดื่มมาสักพักแล้วก็หาตัวที่ถูกใจได้ในลิสต์นี้แน่นอน

ทำไมไวน์แดงถึงมีรสชาติต่างกันขนาดนี้?

ขวดไวน์แดงหลากหลายยี่ห้อวางเรียงบนชั้นไม้ในร้านไวน์

คำตอบสั้น ๆ คือ “พันธุ์องุ่นและแหล่งผลิต” สองอย่างนี้เป็นตัวกำหนดทุกอย่าง ตั้งแต่กลิ่น รสชาติ ความฝาด ไปจนถึงสีของไวน์ในแก้ว

องุ่นพันธุ์ Cabernet Sauvignon จะให้ความฝาด (Tannin) สูง กลิ่นผลไม้สีดำ และโครงสร้างที่แน่น ส่วน Pinot Noir เบากว่า หอมกว่า ฝาดน้อย และมีกลิ่นผลไม้แดงชัดกว่า Merlot อยู่กลาง ๆ ระหว่างสองตัวนี้ นุ่มกว่า Cab และเข้มกว่า Pinot เหมาะมากสำหรับมือใหม่

นอกจากพันธุ์องุ่น สภาพดิน อากาศ และการบ่มในถังโอ๊กยังส่งผลอีกมาก นี่แหละคือเหตุผลที่ไวน์แดงจากฝรั่งเศสกับออสเตรเลียที่ใช้องุ่นพันธุ์เดียวกันยังรสชาติต่างกันได้

10 ไวน์แดงยี่ห้อไหนดี รสกลมกล่อม หอมผลไม้ น่าลองที่สุด?

1. Château Margaux

ขวดไวน์แดง Château Margaux จากบอร์โดซ์ฝรั่งเศสยี่ห้อพรีเมียมระดับโลก

Château Margaux ได้รับฉายาว่า “ราชินีแห่งบอร์โดซ์” และตำแหน่งนี้ไม่ได้มาง่าย ๆ กลิ่นของแบล็กเคอร์แรนต์นำก่อน ตามด้วยกลิ่นดิน เห็ดทรัฟเฟิล และหนังอ่อน ๆ รสชาติเผยออกมาทีละชั้นแบบที่ดูเหมือนไวน์รู้ว่าต้องเล่นกับผู้ดื่มอย่างไร แน่นอนว่าราคาไม่ถูก แต่ถ้าอยากลองไวน์ฝรั่งเศสระดับ First Growth สักครั้งในชีวิต ตัวนี้คือคำตอบ

แหล่งผลิต: Bordeaux, France | พันธุ์องุ่น: Cabernet Sauvignon blend

2. Penfolds Grange

ALT: ขวดไวน์แดง Penfolds Grange จากออสเตรเลียองุ่นพันธุ์ Shiraz รสเข้มข้น

ขวดไวน์แดง Penfolds Grange จากออสเตรเลียองุ่นพันธุ์ Shiraz รสเข้มข้น

สัญลักษณ์ของไวน์ออสเตรเลียที่โลกให้การยอมรับ Penfolds Grange ทำจากองุ่น Shiraz ให้กลิ่นผลไม้สีดำสุกฉ่ำ ทั้งแบล็กเบอร์รีและพลัม ผสมกับโน้ตช็อกโกแลตและเครื่องเทศ Tannin นุ่มกว่าที่คิด ทำให้ดื่มง่ายกว่าหน้าตาขวด ใครชอบไวน์ Full-Bodied แต่อยากได้ความนุ่มด้วย ตัวนี้น่าสนใจมาก

แหล่งผลิต: South Australia, Australia | พันธุ์องุ่น: Shiraz

3. Opus One

ขวดไวน์แดง Opus One จากแคลิฟอร์เนียสหรัฐอเมริกาฉลากดำหรูหรา

Opus One คือผลจากความร่วมมือระหว่าง Robert Mondavi จากอเมริกาและ Baron Philippe de Rothschild จากฝรั่งเศส รสชาติจึงเป็นการผสมผสานระหว่างความสดของ New World กับความประณีตของ Old World กลิ่นเบอร์รีสีเข้ม ซิการ์ กาแฟ และหนัง ดื่มแล้วรู้สึกหนักแน่นแต่นุ่มในเวลาเดียวกัน เป็นไวน์ที่ดื่มด่ำได้ไม่มีเบื่อ

แหล่งผลิต: Napa Valley, California | พันธุ์องุ่น: Cabernet Sauvignon blend

4. Torres Mas La Plana

ขวดไวน์แดง Torres Mas La Plana จากสเปน Cabernet Sauvignon 100% รางวัลชนะเลิศ

ไวน์ตัวนี้มีประวัติที่น่าสนใจมาก ในปี 1979 Torres Mas La Plana เอาชนะไวน์บอร์โดซ์ชั้นนำในการชิมแบบปิดตาที่ปารีส (Blind Tasting) ซึ่งเป็นเรื่องที่คนในวงการพูดถึงมาจนถึงตอนนี้ กลิ่นแครนเบอร์รีและพริกไทยผสมกับไม้โอ๊กและดิน รสชาติสดชื่น สง่างาม และคุ้มค่าราคากว่าหลายยี่ห้อในระดับเดียวกัน

แหล่งผลิต: Penedès, Spain | พันธุ์องุ่น: Cabernet Sauvignon 100%

5. Tignanello

ขวดไวน์แดง Tignanello Super Tuscan จากอิตาลีสไตล์ผสมองุ่นหลายพันธุ์

Tignanello คือไวน์ Super Tuscan ที่ถือกันว่าเป็นตัวแทนของการปฏิวัติวงการไวน์อิตาลี ผสมองุ่น Sangiovese กับ Cabernet Sauvignon และ Cabernet Franc ทำให้ได้รสชาติเข้มข้นแต่ยังมีความละเอียดที่เฉพาะตัว กลิ่นเชอร์รีและเครื่องเทศเผ็ดเล็กน้อย ดื่มแล้วรู้สึกว่าไวน์อิตาลีไม่ได้น้อยหน้าใครเลย

แหล่งผลิต: Tuscany, Italy | พันธุ์องุ่น: Sangiovese, Cabernet Sauvignon, Cabernet Franc

6. Concha y Toro Casillero del Diablo

ขวดไวน์แดง Casillero del Diablo จากชิลีราคาคุ้มค่าสำหรับมือใหม่

ถ้าพูดถึงไวน์ชิลีที่คนไทยรู้จักมากที่สุด ต้องเป็นตัวนี้ Casillero del Diablo มีหลายสไตล์ให้เลือก ทั้ง Cabernet Sauvignon, Merlot และ Carménère (พันธุ์เฉพาะของชิลี) ราคาอยู่ในระดับที่หาซื้อได้ทั่วไปในไทย รสชาติดีเกินราคามากสำหรับคนที่อยากเริ่มดื่มไวน์โดยไม่ต้องลงทุนสูง กลิ่นผลไม้ชัด ไม่ฝาดจนเกินไป และดื่มง่ายมาก

แหล่งผลิต: Chile | พันธุ์องุ่น: Cabernet Sauvignon / Merlot / Carménère

7. Jacob’s Creek Classic Shiraz

ขวดไวน์แดง Jacob's Creek Shiraz จากออสเตรเลียราคาเข้าถึงง่าย

Jacob’s Creek เป็นชื่อที่หาซื้อง่ายในไทยมาก ทั้งในซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านไวน์ทั่วไป รุ่น Classic Shiraz ให้กลิ่นผลไม้สีดำ เครื่องเทศ และโน้ตวานิลลาจากถังโอ๊กเบา ๆ รสชาตินุ่ม ดื่มง่าย ฝาดพอมีเนื้อ แต่ไม่หนักเกินไป ราคาต่อคุณภาพถือว่าอยู่ในระดับที่ดีมากสำหรับไวน์ออสเตรเลียทั่วไป

แหล่งผลิต: South Australia, Australia | พันธุ์องุ่น: Shiraz

8. Santa Rita 120 Cabernet Sauvignon

 ขวดไวน์แดง Santa Rita 120 Cabernet Sauvignon จากชิลีราคาประหยัด

Santa Rita 120 อยู่ในกลุ่ม “ไวน์คุ้มค่าสุด ๆ” ราคาเข้าถึงได้ แต่รสชาติไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าจ่ายน้อยเกินไป กลิ่นแบล็กเคอร์แรนต์และพริกเขียวอ่อน ๆ รสชาติกลม Tannin ปานกลาง ดื่มง่ายกับอาหารไทยได้ดีมาก ลองกับเนื้อย่างหรือแกงกะทิมันๆ ดูสักครั้ง แปลกใจได้เลย

แหล่งผลิต: Chile | พันธุ์องุ่น: Cabernet Sauvignon

9. La Vieille Ferme Rouge

ขวดไวน์แดง La Vieille Ferme Rouge จากฝรั่งเศสราคาเป็นมิตรสำหรับทุกวัน

La Vieille Ferme มาจาก Rhône Valley ทางใต้ของฝรั่งเศส ราคาอยู่ในระดับ Everyday Wine ที่ซื้อดื่มได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิด กลิ่นผลไม้แดงสุก เชอร์รี และพริกไทย รสนุ่ม ดื่มง่าย และเข้ากับอาหารหลากหลายตั้งแต่พิซซ่าไปจนถึงสปาเก็ตตี้ ใครอยากได้ไวน์ฝรั่งเศสในราคาที่ไม่น่ากลัว ตัวนี้คือจุดเริ่มต้นที่ดี

แหล่งผลิต: Rhône Valley, France | พันธุ์องุ่น: Grenache, Syrah, Mourvèdre

10. Bartenura Chianti

ขวดไวน์แดง Bartenura Chianti จากอิตาลีสไตล์คลาสสิกดื่มง่ายราคากลาง

ปิดท้ายด้วย Chianti สไตล์คลาสสิกจากอิตาลี Bartenura ทำจากองุ่น Sangiovese ซึ่งเป็นหัวใจของไวน์ทัสคานี รสชาติเปรี้ยวเบา ๆ จากกรดของ Sangiovese ผสมกับกลิ่นเชอร์รี มะเขือเทศแห้ง และโน้ตดินที่เฉพาะตัว ดื่มง่าย เข้ากับพาสต้าและอาหารอิตาลีได้อย่างลงตัว ราคาอยู่ในระดับกลาง ไม่แพงเกินไปสำหรับคุณภาพที่ได้รับ

แหล่งผลิต: Tuscany, Italy | พันธุ์องุ่น: Sangiovese

เปรียบเทียบ 10 ไวน์แดง สไตล์ ระดับราคา และความเหมาะสม

ยี่ห้อแหล่งผลิตพันธุ์องุ่นหลักระดับราคารสชาติเด่นเหมาะกับ
Château Margauxฝรั่งเศสCab Sauvignonสูงมากดิน ทรัฟเฟิล เบอร์รีดำโอกาสพิเศษ
Penfolds GrangeออสเตรเลียShirazสูงผลไม้ดำ ช็อกโกแลตอาหารหนัก
Opus OneสหรัฐอเมริกาCab Sauvignonสูงกาแฟ ซิการ์ เบอร์รีดินเนอร์หรู
Torres Mas La PlanaสเปนCab Sauvignon 100%กลางถึงสูงแครนเบอร์รี พริกไทยอาหารเนื้อ
TignanelloอิตาลีSangiovese blendกลางถึงสูงเชอร์รี เครื่องเทศลาบพาสต้า
Casillero del DiabloชิลีCab / Merlot / Carménèreต่ำถึงกลางผลไม้ชัด ดื่มง่ายมือใหม่
Jacob’s Creek ShirazออสเตรเลียShirazต่ำถึงกลางวานิลลา เครื่องเทศทุกวัน
Santa Rita 120ชิลีCab Sauvignonต่ำแบล็กเคอร์แรนต์ กลมคู่อาหารไทย
La Vieille Fermeฝรั่งเศสGrenache, Syrahต่ำถึงกลางเชอร์รี พริกไทย นุ่มอาหารประจำวัน
Bartenura ChiantiอิตาลีSangioveseกลางเปรี้ยวเบา เชอร์รีพาสต้า อาหารอิตาลี

ไวน์แดงกินคู่กับอะไรได้บ้าง?

แก้วไวน์แดงวางข้างจานอาหารอิตาลีพาสต้าและเนื้อย่างบนโต๊ะอาหาร

คำถามนี้มีคำตอบง่าย ๆ ว่า “ของหนักกินกับไวน์หนัก ของเบากินกับไวน์เบา” แต่ขยายความให้ชัดขึ้น

ไวน์ Full-Bodied อย่าง Penfolds Grange หรือ Opus One เหมาะกับเนื้อย่าง สเต็ก หรืออาหารที่มีไขมันสูง เพราะ Tannin ในไวน์จะตัดความมันออกได้ดีมาก ส่วนไวน์ Medium-Bodied อย่าง Casillero del Diablo หรือ Tignanello เข้ากับพาสต้า พิซซ่า หรืออาหารที่มีซอสมะเขือเทศ

น่าแปลกที่หลายคนไม่รู้คือ ไวน์แดงบางตัวกินกับอาหารไทยได้ดีมากด้วย โดยเฉพาะตัวที่ Tannin ต่ำและกรดปานกลางอย่าง La Vieille Ferme หรือ Santa Rita 120 กินกับเนื้อผัดน้ำมันหอยหรือเนื้อย่างสมุนไพรลองดู อาจจะเซอร์ไพรส์ได้

ซื้อไวน์แดงในไทยได้จากที่ไหนบ้าง?

ช่วงนี้หาซื้อไวน์แดงในไทยไม่ยากเท่าเมื่อก่อนแล้ว ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่อย่าง Villa Market, Gourmet Market และ Tops มักมีไวน์ระดับกลาง ส่วนร้านไวน์เฉพาะทางออนไลน์ก็มีให้เลือกเยอะและมักราคาดีกว่าหน้าร้านด้วย บางยี่ห้ออย่าง Casillero del Diablo และ Jacob’s Creek หาได้แม้แต่ใน Big C หรือ Tops ทั่วไป

สิ่งที่ควรระวังคือการซื้อไวน์จากช่องทางที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะไวน์เป็นสินค้าที่ปลอมแปลงได้ง่าย ควรซื้อจากร้านที่มีที่มาชัดเจนเสมอ

10 ยี่ห้อในลิสต์นี้ครอบคลุมทั้งระดับราคาและสไตล์รสชาติ ถ้าอยากเริ่มต้นแบบไม่ลงทุนมาก Casillero del Diablo หรือ Santa Rita 120 คือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด พอเริ่มคุ้นกับรสชาติไวน์แล้วค่อยขยับขึ้นไปลอง Torres หรือ Tignanello แล้วค่อยไปจบที่ Château Margaux หรือ Opus One เมื่อถึงโอกาสพิเศษ วิธีนี้ทำให้ “เข้าใจ” ไวน์ได้ดีกว่าการเริ่มจากตัวแพงที่สุดเลยทีเดียว

คำถามที่พบบ่อย

Q: ไวน์แดงควรดื่มที่อุณหภูมิเท่าไหร่?

A: อุณหภูมิที่เหมาะสมคือประมาณ 16 ถึง 18 องศาเซลเซียสสำหรับไวน์ Full-Bodied และ 12 ถึง 14 องศาสำหรับไวน์ Light-Bodied อย่าง Pinot Noir การดื่มเย็นเกินไปจะทำให้ Tannin รู้สึกแข็งกระด้าง ส่วนอุ่นเกินไปจะทำให้แอลกอฮอล์โดดออกมาแทนกลิ่นผลไม้ ถ้าอยู่ในเมืองไทยที่อากาศร้อน ลองแช่ตู้เย็นประมาณ 15 นาทีก่อนเปิดขวดก็ช่วยได้

Q: ไวน์แดงเปิดขวดแล้วเก็บได้กี่วัน?

A: หลังเปิดขวด ไวน์แดงส่วนใหญ่ยังดื่มได้ภายใน 3 ถึง 5 วัน ถ้าปิดจุกให้แน่นและเก็บในที่เย็น ไวน์บางตัวที่ Tannin สูงอย่าง Cabernet Sauvignon อาจดื่มได้ถึง 5 ถึง 7 วัน เพราะ Tannin ช่วยถนอมไวน์ได้ระดับหนึ่ง แต่โดยทั่วไปควรดื่มให้หมดภายใน 3 วันเพื่อรสชาติที่ดีที่สุด

Q: ไวน์แดงกับไวน์ขาวต่างกันอย่างไรนอกจากสี?

A: ความต่างหลักคือพันธุ์องุ่นและกระบวนการหมัก ไวน์แดงหมักพร้อมเปลือกองุ่น ทำให้ได้ Tannin สีและสารโพลีฟีนอล ส่วนไวน์ขาวหมักโดยนำเปลือกออกก่อน ทำให้ไม่มี Tannin รสชาติจึงเบากว่าและเปรี้ยวกว่า ไวน์แดงเข้ากับอาหารหนักและเนื้อแดง ส่วนไวน์ขาวเข้ากับอาหารทะเลและเนื้อขาวได้ดีกว่า

Q: ไวน์แดงราคาถูกกับแพงรสชาติต่างกันจริงไหม?

A: ต่างกัน แต่ไม่ใช่ว่าแพงกว่าจะดีกว่าเสมอไปสำหรับทุกคน ไวน์ราคาแพงมักให้ความซับซ้อนของกลิ่นและรสชาติที่มากกว่า บ่มนานกว่า และมีโครงสร้างที่ละเอียดกว่า แต่ถ้าคนดื่มยังไม่มีประสบการณ์มากพอ ความแตกต่างนั้นอาจยังดื่มไม่ออก ไวน์ระดับกลางอย่าง Casillero del Diablo หรือ Jacob’s Creek ให้คุณภาพที่ดีมากสำหรับราคา และเหมาะกับการดื่มประจำวันมากกว่าไวน์พรีเมียม

Q: ไวน์แดงมีแอลกอฮอล์กี่เปอร์เซ็นต์?

A: ส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 12 ถึง 15% ขึ้นอยู่กับพันธุ์องุ่นและแหล่งผลิต ไวน์จากพื้นที่อากาศร้อนอย่างออสเตรเลียหรือแคลิฟอร์เนียมักมีแอลกอฮอล์สูงกว่าฝรั่งเศสหรืออิตาลีเล็กน้อย เพราะอากาศร้อนทำให้น้ำตาลในองุ่นสูงขึ้นและหมักเป็นแอลกอฮอล์ได้มากกว่า

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top