10 น้ำยาบ้วนปาก ยี่ห้อไหนดี ฟันขาว ลมหายใจสดชื่น

10 น้ำยาบ้วนปาก ยี่ห้อไหนดี ฟันขาว ลมหายใจสดชื่น

แปรงฟันวันละสองครั้งก็ดีอยู่แล้ว แต่บางจุดอย่างซอกฟันลึก ๆ หรือร่องเหงือก แปรงสีฟันก็เข้าไม่ถึง น้ำยาบ้วนปากเลยกลายเป็นตัวช่วยที่หลายคนติดใจ ทั้งกำจัดแบคทีเรีย ลดกลิ่นปาก และเติมความสดชื่นได้ในไม่กี่วินาที แต่บนชั้นวางมีหลายสิบสูตร ทั้งลดกลิ่นปาก ลดหินปูน สำหรับคนจัดฟัน แล้วจะเลือกตัวไหนดี? บทความนี้รวมมาให้ 10 ยี่ห้อพร้อมบอกว่าแต่ละตัวเด่นเรื่องอะไรและเหมาะกับใคร

อ่านต่อในหมวดยาสีฟัน — ยาสีฟัน · ยาสีฟันฟันขาว · แปรงสีฟันไฟฟ้า · รวมบทความยาสีฟันทั้งหมด

น้ำยาบ้วนปากใช้ตอนไหน วันละกี่ครั้ง?

ก่อนไปดูรายชื่อ มาเคลียร์เรื่องการใช้กันก่อน เพราะหลายคนยังใช้ผิดวิธี

ความถี่ขึ้นอยู่กับเป้าหมาย ถ้าต้องการทำความสะอาดและลดคราบแบคทีเรีย แนะนำบ้วนวันละ 2 ครั้ง ส่วนใครที่ใช้เพื่อเสริมฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุ วันละครั้งก็พอ วิธีใช้ง่ายมาก แค่กลั้วให้ทั่วปาก อมทิ้งไว้ราว 30-60 วินาที แต่ไม่ควรเกิน 1 นาที

จุดที่หลายคนพลาดคือบ้วนน้ำเปล่าตามหลังใช้ ที่จริงไม่ควรทำ เพราะจะเป็นการชะล้างตัวยาออกไปก่อนที่จะออกฤทธิ์เต็มที่ และอีกเรื่องที่ควรรู้คือน้ำยาบ้วนปากเป็นแค่ตัวเสริม ไม่ควรใช้แทนการแปรงฟัน เพราะยาสีฟันยังดูแลเหงือกและฟันได้ครบกว่า

เลือกน้ำยาบ้วนปากยังไงให้ตรงปัญหา?

เลือกน้ำยาบ้วนปากยังไงให้ตรงปัญหา

แต่ละสูตรออกแบบมาเพื่อปัญหาต่างกัน เลือกให้ตรงจะได้ผลกว่า

ถ้าปัญหาหลักคือกลิ่นปาก มองหาตัวที่มีสารกำจัดแบคทีเรียอย่าง CPC หรือ Zinc เพราะแบคทีเรียคือต้นเหตุหลัก ถ้ากังวลเรื่องหินปูน เลือกสูตรที่มีสารลดคราบพลัค ส่วนคนที่เหงือกอักเสบ ควรเลือกตัวที่มี Chlorhexidine ที่ช่วยฆ่าเชื้อตามซอกเหงือก แต่ควรปรึกษาทันตแพทย์ร่วมด้วยเพราะช่วยได้แค่บรรเทาชั่วคราว

คนจัดฟันควรเลือกสูตรเฉพาะที่มี CPC และมักไม่มีแอลกอฮอล์ จะได้ไม่ระคายเคือง ส่วนเรื่องฟลูออไรด์ ปริมาณราว 225 ppm ก็เพียงพอป้องกันฟันผุแล้ว เพราะปกติเราได้รับฟลูออไรด์จากยาสีฟันอยู่แล้ว ไม่ต้องสูงเกินไปจนเสี่ยงฟันตกกระ

10 น้ำยาบ้วนปาก ยี่ห้อไหนดี ที่คัดมาแล้ว

ลิสต์นี้คละทั้งสูตรลดกลิ่นปาก สูตรสมุนไพร สูตรคนจัดฟัน และสูตรอ่อนโยน มีตั้งแต่หลักหกสิบไปจนสองร้อยกว่า เลือกตามปัญหาและงบได้เลย

1. LISTERINE Cool Mint

LISTERINE Cool Mint  เริ่มที่ตัวที่คนโหวตให้เป็นที่หนึ่งบ่อย ๆ กลิ่นมินต์เย็นสดชื่นสมชื่อ ช่วยลดการสะสมของคราบแบคทีเรียหรือไบโอฟิล์ม

เริ่มที่ตัวที่คนโหวตให้เป็นที่หนึ่งบ่อย ๆ กลิ่นมินต์เย็นสดชื่นสมชื่อ ช่วยลดการสะสมของคราบแบคทีเรียหรือไบโอฟิล์มที่เป็นสาเหตุของโรคเหงือกและกลิ่นปาก ใครมีปัญหากลิ่นปากเป็นหลัก ตัวนี้จัดการได้อยู่

ราคาประมาณ 169 บาท / 750 ml.

2. Oral-B 7 Benefits

Oral-B 7 Benefits  น้ำยาบ้วนปากมีฟลูออไรด์ที่รวม 7 คุณประโยชน์ในขวดเดียว เข้าไปทำความสะอาดจุดที่แปรงไม่ถึง

น้ำยาบ้วนปากมีฟลูออไรด์ที่รวม 7 คุณประโยชน์ในขวดเดียว เข้าไปทำความสะอาดจุดที่แปรงไม่ถึง ลดการสะสมคราบพลัคและแบคทีเรีย มีฟลูออไรด์เสริมผิวฟันให้แข็งแรงและปกป้องเหงือก บ้วนแล้วปากหอมสดชื่น เหมาะกับคนที่อยากได้ตัวครอบคลุมทุกด้าน

ราคาประมาณ 142 บาท / 500 ml.

3. Colgate Plax Fruity

น้ำยาบ้วนปาก Colgate Plax สูตรไม่มีแอลกอฮอล์ กลิ่นผลไม้

โดดเด่นด้วยกลิ่นผลไม้ผสมมินต์ที่หอมชื่นใจ เคลมว่าให้ความเย็นยาวนานกว่าถึง 10 เท่า แต่เป็นสูตร 0% แอลกอฮอล์จึงไม่แสบปาก ช่วยลดการสะสมแบคทีเรีย 99.9% มีฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุ และระงับกลิ่นปากได้ทั้งวัน เหมาะกับคนที่ไม่ชอบความแสบของน้ำยาบ้วนปากทั่วไป

ราคาประมาณ 145 บาท / 500 ml.

4. Kolbadent Original Formula Herbal

Kolbadent Original Formula Herbal สายสมุนไพรต้องลองตัวนี้ เป็นสูตรสมุนไพรสกัดบริสุทธิ์ทั้งข่อย น้ำมันกานพลู และเกล็ดสะระแหน่

สายสมุนไพรต้องลองตัวนี้ เป็นสูตรสมุนไพรสกัดบริสุทธิ์ทั้งข่อย น้ำมันกานพลู และเกล็ดสะระแหน่ ช่วยลดการเกาะตัวของคราบหินปูนและแบคทีเรีย ใช้ต่อเนื่องจะช่วยให้ฟันแข็งแรง เหงือกกระชับ และลดกลิ่นปากได้ดี เหมาะกับคนที่ชอบผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ

ราคาประมาณ 129 บาท / 500 ml.

5. Dentiste’ Oral Rinse

Dentiste' Oral Rinse  ตัวเด่นเรื่องดับกลิ่นปาก มีสารสกัดธรรมชาติ 14 ชนิดและเทคโนโลยี Opta-Flow ช่วยป้องกันฟันผุ

ตัวเด่นเรื่องดับกลิ่นปาก มีสารสกัดธรรมชาติ 14 ชนิดและเทคโนโลยี Opta-Flow ช่วยป้องกันฟันผุ ยับยั้งแบคทีเรียต้นเหตุกลิ่นปาก และให้ความหอมสดชื่นทั้งวัน จุดที่ดีคือมี pH Balance ช่วยดูแลแผลในปาก ร้อนใน เหงือกอักเสบ และเลือดออกตามไรฟันโดยไม่แสบปาก

ราคาประมาณ 250 บาท / 450 ml.

6. Systema Quick Care Japanese Cherry Blossom

 น้ำยาบ้วนปาก Systema กลิ่นซากุระลดกลิ่นปากเร่งด่วน

ตัวช่วยลดกลิ่นปากแบบเร่งด่วนระหว่างวัน กลิ่นดอกซากุระให้ความหอมสดชื่นทันทีหลังบ้วน เหมาะกับคนที่ไม่มีเวลาแปรงฟันระหว่างวัน ช่วยลดการสะสมแบคทีเรียในร่องเหงือกและซอกฟันได้เร็ว พร้อมบำรุงเหงือกให้แข็งแรง พกติดกระเป๋าไว้ใช้ตอนเร่งรีบได้สบาย

ราคาประมาณ 145 บาท / 750 ml.

7. FLUOCARIL Ortho Mind & Care

FLUOCARIL Ortho Mind & Care  พัฒนาสูตรมาเพื่อคนจัดฟันโดยเฉพาะ มีสาร CPC ยับยั้งแบคทีเรียต้นเหตุฟันผุ โรคเหงือก

พัฒนาสูตรมาเพื่อคนจัดฟันโดยเฉพาะ มีสาร CPC ยับยั้งแบคทีเรียต้นเหตุฟันผุ โรคเหงือก และกลิ่นปาก ตอบโจทย์คนจัดฟันที่กังวลว่าทำความสะอาดได้ไม่ทั่ว หรือใครจะพกไปใช้ระหว่างวันแทนการแปรงฟันก็สะดวก น้ำยาเป็นสีชมพูอ่อน กลิ่นกีวีมินต์หอมสดชื่น

ราคาประมาณ 135 บาท / 500 ml.

8. Skynlab Premium Fresh Mint

Skynlab Premium Fresh Mint  เป็นสูตรอ่อนโยนเป็นพิเศษ มี Spearmint Essential Oil พร้อมฟลูออไรด์และแคลเซียมเสริมเหงือกและฟันให้แข็งแรง

ใครเคยเข็ดกับน้ำยาบ้วนปากที่แสบปาก ลองเปิดใจกับตัวนี้ เป็นสูตรอ่อนโยนเป็นพิเศษ มี Spearmint Essential Oil พร้อมฟลูออไรด์และแคลเซียมเสริมเหงือกและฟันให้แข็งแรง ปราศจากแอลกอฮอล์ พาราเบน SLES และ SLS จึงไม่แสบปากและไม่ระคายคอ ราคาเบาสุดในลิสต์ เหมาะกับคนช่องปากบอบบาง

ราคาประมาณ 69 บาท / 100 ml.

9. Systema Plaque Fighter Natural Tea Fusion

อีกตัวจาก Systema ที่เน้นเรื่องเหงือกและคราบจุลินทรีย์ สูตรชาธรรมชาติช่วยลดการสะสมแบคทีเรียในช่องปาก เหมาะกับคนที่มองหาน้ำยาบ้วนปากใช้ประจำวันในราคาคุ้ม ขนาดขวดใหญ่ใช้ได้นาน เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการดูแลช่องปากทั่วไป

ราคาประมาณ 134 บาท / 750 ml.

10. Listerine Total Care Zero

น้ำยาบ้วนปาก Listerine สูตรไม่มีแอลกอฮอล์สำหรับคนจัดฟัน

ปิดท้ายด้วยตัวที่เหมาะกับคนจัดฟันและคนที่ไม่ชอบความแสบ เป็นสูตรไม่มีแอลกอฮอล์ ช่วยดูแลช่องปากครบหลายด้านทั้งลดคราบพลัค เสริมความแข็งแรงของฟัน และให้ลมหายใจสดชื่น อ่อนโยนพอที่จะใช้ได้ทุกวัน เหมาะกับคนที่อยากได้แบรนด์คุ้นเคยแต่ไม่อยากเจอความเผ็ดร้อน

ราคาประมาณ 239 บาท / 500 ml.

ตารางเปรียบเทียบน้ำยาบ้วนปากทั้ง 10 ยี่ห้อ

จัดมาให้เทียบกันง่าย ๆ ทั้งจุดเด่น ขนาด และราคา

ยี่ห้อ/รุ่นจุดเด่นขนาดราคาโดยประมาณ
LISTERINE Cool Mintลดไบโอฟิล์ม กลิ่นมินต์เย็น750 ml.169 บาท
Oral-B 7 Benefitsมีฟลูออไรด์ 7 คุณประโยชน์500 ml.142 บาท
Colgate Plax Fruity0% แอลกอฮอล์ กลิ่นผลไม้500 ml.145 บาท
Kolbadent Herbalสูตรสมุนไพรสกัดบริสุทธิ์500 ml.129 บาท
Dentiste’ Oral Rinseดับกลิ่นปาก pH Balance450 ml.250 บาท
Systema Quick Careลดกลิ่นปากเร่งด่วน กลิ่นซากุระ750 ml.145 บาท
FLUOCARIL Orthoสูตรคนจัดฟัน มี CPC500 ml.135 บาท
Skynlab Premium Fresh Mintสูตรอ่อนโยน ไม่มีแอลกอฮอล์100 ml.69 บาท
Systema Plaque Fighterสูตรชา ลดคราบจุลินทรีย์750 ml.134 บาท
Listerine Total Care Zeroไม่มีแอลกอฮอล์ ดูแลครบ500 ml.239 บาท

น้ำยาบ้วนปากแบบมีแอลกอฮอล์กับไม่มีแอลกอฮอล์ ต่างกันยังไง?

เป็นคำถามที่เจอบ่อยเวลาเลือกซื้อ ลองดูข้อแตกต่างกัน

แบบมีแอลกอฮอล์จะให้ความรู้สึกเย็นซ่า สดชื่นชัดเจน และฆ่าเชื้อได้ดี แต่บางคนใช้แล้วแสบปาก ปากแห้ง โดยเฉพาะคนที่ช่องปากบอบบางหรือเป็นแผลร้อนในบ่อย ส่วนแบบไม่มีแอลกอฮอล์จะอ่อนโยนกว่า ไม่แสบ เหมาะกับคนจัดฟัน คนช่องปากแห้ง และใช้ได้ทุกวันแบบสบายใจ

อีกเรื่องที่ควรรู้คือน้ำยาบ้วนปากที่มีแอลกอฮอล์ไม่ควรใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี และเด็กต่ำกว่า 6 ขวบไม่ควรใช้น้ำยาบ้วนปากเลย ถ้าเลือกให้คนทั้งบ้านใช้ร่วมกัน สูตรไม่มีแอลกอฮอล์มักเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า

เห็นไหมว่าน้ำยาบ้วนปากที่ดีไม่ได้แปลว่าต้องเผ็ดร้อนที่สุด แต่คือตัวที่ตรงกับปัญหาช่องปากและไลฟ์สไตล์ของเรา ทั้ง 10 ยี่ห้อนี้มีตั้งแต่หลักหกสิบไปจนสองร้อยกว่า เลือกตามปัญหาหลักก่อน ไม่ว่าจะกลิ่นปาก หินปูน เหงือก หรือจัดฟัน แล้วค่อยดูเรื่องกลิ่นและความอ่อนโยน สุดท้ายอย่าลืมว่าน้ำยาบ้วนปากเป็นแค่ตัวเสริม ฟันขาวสะอาดและลมหายใจสดชื่นที่แท้จริงยังต้องมาจากการแปรงฟันถูกวิธีอย่างสม่ำเสมอควบคู่กันไป

คำถามที่พบบ่อย

Q: ใช้น้ำยาบ้วนปากแทนการแปรงฟันได้ไหม?

A: ไม่ได้ น้ำยาบ้วนปากเป็นแค่ตัวเสริม ช่วยลดกลิ่นปากและทำให้สดชื่นชั่วคราวเท่านั้น ส่วนยาสีฟันและการแปรงฟันยังจำเป็นเพราะดูแลทั้งเหงือกและฟันได้ครบกว่า ยกเว้นบางกรณีที่ทันตแพทย์แนะนำ เช่น ผู้ป่วยที่ผ่าตัดในช่องปากหรือผู้สูงอายุที่แปรงเองลำบาก

Q: ใช้น้ำยาบ้วนปากบ่อยเกินไปมีผลเสียไหม?

A: มีได้ เพราะน้ำยาบ้วนปากมีสารฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ถ้าใช้บ่อยเกินไปอาจฆ่าทั้งแบคทีเรียดีและไม่ดี ทำให้สมดุลในช่องปากเสีย เสี่ยงเชื้อราในช่องปากหรือตุ่มรับรสผิดเพี้ยน แนะนำให้ใช้ตามความเหมาะสมและไม่เกินที่ฉลากระบุ

Q: เด็กใช้น้ำยาบ้วนปากได้ไหม?

A: เด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบไม่ควรใช้น้ำยาบ้วนปาก ส่วนสูตรที่มีแอลกอฮอล์ห้ามใช้ในเด็กต่ำกว่า 12 ปี เพราะเสี่ยงกลืนและระคายเคือง หากเด็กมีปัญหาช่องปากแนะนำให้ปรึกษาทันตแพทย์ก่อน และถ้ายาสีฟันมีฟลูออไรด์เพียงพอแล้วก็ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาบ้วนปากเพิ่ม

Q: น้ำยาบ้วนปากช่วยให้ฟันขาวขึ้นจริงไหม?

A: ช่วยได้ในระดับการลดคราบบนผิวฟันที่ทำให้ฟันดูหมองเท่านั้น ทำให้ฟันดูสะอาดและสว่างขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่สามารถฟอกสีฟันให้ขาวขึ้นแบบทันตกรรมได้ ถ้าต้องการฟันขาวจริงจังควรปรึกษาทันตแพทย์เรื่องการฟอกสีฟัน

Q: น้ำยาบ้วนปากที่เปิดแล้วเก็บได้นานแค่ไหน?

A: โดยทั่วไปเก็บได้ตามวันหมดอายุที่ระบุข้างขวด แต่หลังเปิดใช้แล้วควรใช้ให้หมดภายในระยะเวลาที่แนะนำ มักอยู่ราว 6 เดือนถึง 1 ปี ควรปิดฝาให้สนิทและเก็บในที่แห้งไม่โดนแดด เพื่อรักษาประสิทธิภาพของตัวยาไว้

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top