
สีทาภายในคือสีน้ำอะคริลิกสำหรับทาผนังในบ้าน ช่วยสร้างบรรยากาศ ความสวยงาม และส่งผลต่ออารมณ์ของคนในห้อง การเลือกสีทาภายในที่ดีไม่ใช่แค่ดูสีสวย แต่ต้องดูคุณสมบัติด้วย ทั้งความทนทาน เช็ดล้างได้ กลิ่นอ่อนไม่มีสารระเหยอันตราย และกันเชื้อรา บทความนี้รวม 10 ยี่ห้อเด่นพร้อมวิธีเลือกให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่ในบ้าน
ยาวไปเลือกอ่านได้นะ
อ่านต่อในหมวดสีทาบ้าน — สีรองพื้น · สีทาภายนอก · สีกันร้อน · รวมบทความสีทาบ้านทั้งหมด
สีทาภายในแบบเงากับแบบด้าน เลือกยังไง?

สีทาภายในแบ่งตามระดับความเงาของฟิล์มสี ซึ่งเหมาะกับพื้นที่ต่างกัน เลือกให้ตรงจุดจะได้ทั้งความสวยและใช้งานได้จริง
ฟิล์มสีกึ่งเงาเหมาะกับห้องที่ใช้งานบ่อยหรือมีคนเยอะ เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก และห้องครัว เพราะดูหรูหราเมื่อสะท้อนแสง และที่สำคัญคือทำความสะอาดง่ายและทนการเช็ดล้างได้มากกว่าแบบด้าน จึงเหมาะกับจุดที่เปื้อนง่ายอย่างรอยมือเด็กหรือคราบจากการทำอาหาร เมื่อเกิดคราบควรเช็ดทันที อย่าปล่อยให้แห้งเพราะจะซึมลึกเช็ดออกยาก
ส่วนฟิล์มสีด้านเหมาะกับพื้นที่ใช้งานไม่บ่อยอย่างฝ้าเพดาน ผนังหลังตู้ ห้องทำงาน หรือห้องพระ เพราะราคาถูกกว่าและช่วยปกปิดร่องรอยตำหนิบนผนังได้ดี สำหรับห้องนอนแนะนำใช้แบบด้านเช่นกัน เพราะลดการสะท้อนแสงไฟ สบายตา ช่วยให้หลับสบายและผ่อนคลายกว่า
วิธีเลือกสีทาภายในให้เหมาะกับบ้าน
นอกจากระดับความเงาแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่ควรดูก่อนซื้อ เพื่อให้ได้สีที่ทั้งสวย ทน และปลอดภัย
เลือกสีกลิ่นอ่อน ปลอดสารระเหย VOCs

ความปลอดภัยสำคัญที่สุดเพราะเราต้องอยู่ในบ้านทุกวัน ควรเลือกสีที่กลิ่นไม่แรงและไม่ปล่อยสาร VOCs (สารระเหยที่เป็นอันตรายต่อระบบหายใจ ทำให้ระคายเคืองในคนที่แพ้ง่าย) สังเกตบรรจุภัณฑ์ที่ระบุ Low VOCs, Zero VOCs หรือ Near Zero VOCs และหลีกเลี่ยงสีที่มีสารโลหะหนักอย่างปรอท ตะกั่ว และสารฟอร์มัลดีไฮด์ ตรวจดูได้จากเอกสารเทคนิคหรือแคตตาล็อกสินค้า
เลือกสีกันเชื้อราสำหรับพื้นที่ชื้น
พื้นที่ที่มีความชื้นสูงอย่างผนังใกล้ห้องน้ำเสี่ยงเกิดเชื้อรา ซึ่งทำให้บ้านดูไม่สวยและส่งผลเสียต่อสุขภาพ โดยเฉพาะคนเป็นภูมิแพ้หรือโรคทางเดินหายใจ จึงควรเลือกสีที่มีคุณสมบัติระบายความชื้นและป้องกันเชื้อรา แบคทีเรีย และตะไคร่น้ำ และเพื่อกันปัญหาสีลอกล่อนจากความชื้น แนะนำให้ทารองพื้นปูนที่ทนชื้นสูงก่อน 1 รอบแล้วค่อยทาสีจริงทับ
เลือกสีที่มีใบรับรองความปลอดภัยหรือฉลากเขียว

สีที่ไม่ได้มาตรฐานหรือมีสารเคมีบางชนิด หากสูดดมนาน ๆ จะส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว จึงควรมองหาสีที่ผ่านการรับรองความปลอดภัยหรือมีฉลากเขียว เพราะจะกลิ่นไม่ฉุนและปราศจากสารอันตรายอย่าง VOCs ตะกั่ว ปรอท และฟอร์มัลดีไฮด์ บางยี่ห้อใช้วัสดุจากธรรมชาติทดแทน จึงปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
เลือกโทนสีตามสไตล์การตกแต่งห้อง
การเลือกเฉดสีไม่มีกฎตายตัว เลือกได้ตามใจชอบ ถ้าอยากให้ห้องดูสว่างเลือกโทนสว่างอย่างขาว ครีม หรือโทนเย็นอ่อนอย่างฟ้าอ่อน เขียวอ่อน ถ้าอยากให้สดใสเลือกพาสเทลอย่างเหลืองหรือชมพู หรือเลือกตามสไตล์ห้อง เช่น สไตล์ลอฟท์เลือกดำหรือเทา สไตล์ Rustic เลือกเขียวและน้ำตาล สไตล์ Cozy อบอุ่นเลือกครีม น้ำตาลอ่อน หรือขาว
10 สีทาภายใน ยี่ห้อไหนดี สีติดทน กลบมิด เช็ดล้างง่าย
รวมตัวเด่นครบทุกแบบ ทั้งสีกลิ่นอ่อนเช็ดล้างได้ สีกันเชื้อรา และสีเฉดพาสเทล มีตั้งแต่งบประหยัดถึงระดับพรีเมียม เลือกให้ตรงกับพื้นที่ในบ้านได้เลย
1. Beger BegerShield AirFresh

สีน้ำทาภายในชนิดกึ่งเงาจากเบเยอร์ ฟิล์มกึ่งเงาเช็ดล้างได้ง่าย จุดเด่นคือกลิ่นอ่อนและช่วยยับยั้งเชื้อโรคและไวรัสบนผนัง แห้งสัมผัสได้ใน 30 นาที ทาทับได้ใน 3 ชั่วโมง ทาได้ทั้งปูนฉาบ คอนกรีต อิฐ และกระเบื้องแผ่นเรียบ เหมาะกับห้องที่ใช้งานบ่อยและบ้านที่มีเด็กหรือผู้สูงอายุที่ใส่ใจสุขภาพ
2. JBP Airclean Acrylic Emulsion

สีทาภายในอะคริลิกชนิดกึ่งเงาจาก JBP จุดเด่นคือแห้งไว ไร้สารระเหย และช่วยดูดซับฟอร์มัลดีไฮด์ในอากาศ แห้งสัมผัสได้ใน 30 นาที ทาทับได้ใน 2 ชั่วโมง มีให้เลือกหลายเฉดทั้งเขียว ฟ้า พีช ขาว ชมพู ม่วง เหลือง เทา ทาได้ทั้งปูน คอนกรีต ยิปซัม เหมาะกับคนที่ใส่ใจคุณภาพอากาศในบ้าน
3. DULUX EasyCare Plus Base A

สีน้ำทาภายในจากดูลักซ์ จุดเด่นคือกำจัดเชื้อโรคและเชื้อรา ป้องกันคราบฝังลึกทำให้เช็ดออกง่าย ช่วยให้ผนังดูสดใสสะอาด เหมาะกับห้องที่ใช้งานบ่อยและจุดที่เปื้อนง่ายอย่างผนังบ้านที่มีเด็ก เป็นสีคุณภาพจากแบรนด์ระดับโลกที่เน้นเรื่องการเช็ดล้างทำความสะอาดเป็นพิเศษ
4. NIPPON PAINT Air Care

สีน้ำทาภายในจากนิปปอนเพนต์ จุดเด่นคือช่วยให้ห้องสะอาด ป้องกันเชื้อโรคต่าง ๆ และทนต่อการเช็ดล้างได้ดี เหมาะกับห้องที่ใช้งานบ่อยและต้องทำความสะอาดผนังเป็นประจำ เป็นสีจากแบรนด์ระดับโลกที่คนไทยไว้ใจ คุณภาพดี หาซื้อง่าย เหมาะกับคนที่อยากได้สีเช็ดล้างได้จากแบรนด์น่าเชื่อถือ
5. Hummingbird Pastel Loft

สีน้ำอะคริลิกชนิดด้านเฉดพาสเทลจากฮัมมิงเบิร์ด จุดเด่นคือเฉดสีพาสเทลสวยหวาน เนื้อสีหลุดลอกยาก และใช้งานได้หลายพื้นผิว ราคาเข้าถึงง่าย เหมาะกับคนที่อยากแต่งห้องสไตล์มินิมอลหรือพาสเทล งาน DIY และมุมแต่งห้องที่อยากได้สีเฉพาะจุดสวย ๆ ในงบไม่สูง เป็นที่นิยมในหมู่คนชอบแต่งห้อง
6. TOA SuperShield Interior

สีน้ำทาภายในจาก TOA แบรนด์สีอันดับต้นของไทย จุดเด่นคือกลบมิดดี สีติดทน เช็ดล้างได้ และมีสูตรกันเชื้อรา หาซื้อง่ายทั่วประเทศ มีเฉดสีให้เลือกหลากหลายผ่านระบบผสมสี เหมาะกับคนที่อยากได้สีแบรนด์ไทยคุณภาพดีไว้ทาทั้งบ้าน คุ้มค่า และมั่นใจเรื่องบริการหลังการขาย
7. Captain สีทาภายในเช็ดล้างได้

สีน้ำทาภายในจากกัปตัน แบรนด์ไทยที่คุ้นเคย จุดเด่นคือเช็ดล้างทำความสะอาดได้ กลบมิดดี และราคาคุ้มค่า มีสูตรกลิ่นอ่อนให้เลือก เหมาะกับงานทาบ้านทั่วไปและคนที่อยากได้สีคุณภาพดีในงบประหยัด เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับเจ้าของบ้านและผู้รับเหมาที่เน้นความคุ้มค่า
8. Jotun Majestic

สีน้ำทาภายในระดับพรีเมียมจากโจตัน แบรนด์จากนอร์เวย์ จุดเด่นคือเนื้อสีเนียนสวย กลบมิดเยี่ยม เช็ดล้างได้ดีเยี่ยม และมีเฉดสีสวยให้เลือกมาก กลิ่นอ่อน เหมาะกับคนที่ต้องการสีคุณภาพสูงเน้นความสวยงามและทนทานระดับพรีเมียม ไว้ทาห้องหลักที่อยากให้ออกมาดูดีและใช้ได้นาน
9. Delta สีทาภายใน

สีน้ำทาภายในจากเดลต้า จุดเด่นคือราคาประหยัด กลบมิดดี และทาง่าย มีเฉดสีให้เลือกหลากหลาย เหมาะกับงานทาบ้านพื้นที่กว้างที่ต้องการประหยัดงบ บ้านเช่า หรืองานที่ต้องทาหลายห้อง เป็นตัวเลือกคุ้มค่าสำหรับคนที่อยากได้สีใช้งานได้จริงในราคาเบา ๆ
10. Pamarine สีทาภายใน

สีน้ำทาภายในจากพามารีน แบรนด์ไทยที่เน้นสีเฉดสวยและคุณภาพดี จุดเด่นคือเนื้อสีกลบมิด กลิ่นอ่อน และมีเฉดสีทันสมัยให้เลือก เหมาะกับคนที่อยากได้สีเฉดสวยไว้แต่งบ้านให้ดูมีสไตล์ในราคาที่เข้าถึงได้ เป็นอีกตัวเลือกของคนที่มองหาสีแบรนด์ไทยคุณภาพดีนอกเหนือจากแบรนด์ใหญ่
ตารางเปรียบเทียบสีทาภายในทั้ง 10 ยี่ห้อ
| ยี่ห้อ/รุ่น | ระดับเงา | จุดเด่น | คุณสมบัติพิเศษ | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|---|---|
| Beger BegerShield AirFresh | กึ่งเงา | กลิ่นอ่อน เช็ดง่าย | ยับยั้งเชื้อโรคไวรัส | บ้านมีเด็ก ผู้สูงอายุ |
| JBP Airclean | กึ่งเงา | แห้งไว ไร้สารระเหย | ดูดซับฟอร์มัลดีไฮด์ | คนใส่ใจอากาศในบ้าน |
| DULUX EasyCare Plus | กึ่งเงา | กันคราบฝังลึก | กำจัดเชื้อรา เช็ดง่าย | ห้องใช้บ่อย จุดเปื้อนง่าย |
| NIPPON Air Care | กึ่งเงา | ทนเช็ดล้าง | ป้องกันเชื้อโรค | คนเน้นแบรนด์ดัง |
| Hummingbird Pastel Loft | ด้าน | เฉดพาสเทลสวย | หลุดลอกยาก | สาย DIY แต่งห้อง |
| TOA SuperShield | กึ่งเงา/ด้าน | กลบมิด ติดทน | กันเชื้อรา หาซื้อง่าย | ทาทั้งบ้าน คุ้มค่า |
| Captain | กึ่งเงา/ด้าน | เช็ดล้างได้ คุ้มราคา | กลิ่นอ่อน | งบประหยัด ผู้รับเหมา |
| Jotun Majestic | กึ่งเงา/ด้าน | เนื้อเนียน กลบมิดเยี่ยม | เฉดสวย พรีเมียม | คนเน้นคุณภาพสูง |
| Delta | ด้าน | ราคาประหยัด ทาง่าย | กลบมิดดี | พื้นที่กว้าง บ้านเช่า |
| Pamarine | กึ่งเงา/ด้าน | เฉดสวย กลิ่นอ่อน | สีทันสมัย | คนชอบแต่งบ้านมีสไตล์ |
ทาสีภายในเองยังไงให้เนียนและกลบมิด?
เริ่มจากเตรียมผนังให้พร้อม ขัดผนังเก่าที่ลอกหรือเป็นฝุ่นออก เช็ดทำความสะอาดให้แห้ง ถ้าผนังใหม่หรือมีคราบควรทารองพื้นปูนก่อน 1 รอบเพื่อให้สีจริงเกาะดีและกลบมิดง่ายขึ้น ใช้เทปกาวกระดาษติดขอบที่ไม่อยากให้เปื้อน
เวลาทาให้ผสมสีตามอัตราส่วนที่ระบุข้างกระป๋อง ไม่ผสมน้ำมากเกินไปเพราะจะทำให้สีบางและกลบไม่มิด ทาด้วยลูกกลิ้งเป็นแนวตัว W แล้วเกลี่ยให้ทั่ว ทาทิ้งให้แห้งตามเวลาที่ระบุก่อนทาเที่ยวต่อไป โดยทั่วไปต้องทา 2 ถึง 3 เที่ยวจึงจะกลบมิดเรียบเนียน อย่ารีบทาทับตอนสียังไม่แห้งเพราะจะทำให้ฟิล์มสีเสียและเป็นรอย
เลือกสีทาภายในให้ตรงกับพื้นที่คือหัวใจสำคัญ ห้องที่ใช้งานบ่อยอย่างห้องนั่งเล่นและครัวเลือกสีกึ่งเงาเช็ดล้างได้อย่าง Beger, DULUX, NIPPON หรือ JBP ที่ทนการเช็ดและกลิ่นอ่อน ห้องนอนและฝ้าเพดานเลือกสีด้านลดแสงสะท้อน พื้นที่ใกล้ห้องน้ำเลือกสูตรกันเชื้อรา ส่วนคนที่อยากได้แบรนด์ไทยคุ้มค่าทาทั้งบ้านเลือก TOA, Captain, Delta หรือ Pamarine และคนเน้นคุณภาพพรีเมียมเลือก Jotun สาย DIY แต่งห้องเลือกเฉดพาสเทลอย่าง Hummingbird ก่อนซื้อดูระดับเงา กลิ่นและสาร VOCs ฉลากเขียว และเฉดสีให้ตรงกับสไตล์ ที่สำคัญเตรียมผนังให้ดีและทาให้ครบเที่ยว สีจะออกมาสวยเนียนและอยู่กับบ้านไปอีกนาน ลองเลือกยี่ห้อที่ตรงกับห้องและงบไปใช้ดูได้เลย
คำถามที่พบบ่อย
Q: สีทาภายในกับสีทาภายนอก ใช้แทนกันได้ไหม?
A: ไม่แนะนำให้ใช้แทนกัน สีทาภายนอกออกแบบมาทนแดด ทนฝน และทนยูวีเป็นพิเศษ ส่วนสีทาภายในเน้นกลิ่นอ่อน เช็ดล้างง่าย และเนื้อสีเนียนสวย ถ้าเอาสีภายในไปทาภายนอกจะเสื่อมเร็วเพราะไม่ทนแดดฝน ส่วนเอาสีภายนอกมาทาในบ้านได้แต่มักกลิ่นแรงกว่าและราคาสูงกว่า ควรเลือกให้ตรงประเภทจะคุ้มและทนกว่า
Q: สี 1 แกลลอนทาได้กี่ตารางเมตร?
A: โดยทั่วไปสี 1 แกลลอน (ราว 3.785 ลิตร) ทาได้ประมาณ 30 ถึง 35 ตารางเมตรต่อ 1 เที่ยว แต่ถ้าทา 2 เที่ยวตามมาตรฐานจะได้ราว 15 ถึง 18 ตารางเมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผนัง ผนังหยาบหรือผนังใหม่ที่ดูดสีมากจะใช้สีมากกว่า ก่อนซื้อควรวัดพื้นที่ผนังแล้วเผื่อปริมาณสีไว้เล็กน้อย จะได้ไม่ต้องซื้อเพิ่มกลางคัน
Q: ทาสีใหม่ทับสีเก่าต้องลอกสีเดิมออกก่อนไหม?
A: ถ้าสีเดิมยังเกาะแน่นดี ไม่ลอกหรือพอง ก็ทาทับได้เลยหลังทำความสะอาดฝุ่นและคราบออก แต่ถ้าสีเก่าลอก พอง หรือเป็นรา ต้องขูดลอกส่วนที่เสียออกให้หมด ขัดผิวให้เรียบ แล้วทารองพื้นก่อนทาสีจริง ถ้าทาทับบนสีที่ลอกอยู่แล้ว สีใหม่จะลอกตามไปด้วย ทำให้เสียทั้งเวลาและสี
Q: ผนังขึ้นราก่อนทาสีต้องแก้ยังไง?
A: ต้องกำจัดราให้หมดก่อน โดยขัดบริเวณที่เป็นราออก เช็ดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อราหรือน้ำผสมน้ำยาฟอกขาวเจือจาง ทิ้งให้แห้งสนิท แล้วหาสาเหตุของความชื้นเพื่อแก้ที่ต้นเหตุ เช่น น้ำรั่วซึม จากนั้นทารองพื้นกันชื้นและเลือกสีสูตรกันเชื้อราทาทับ ถ้าทาสีทับราโดยไม่กำจัดก่อน ราจะกลับมาขึ้นใหม่และลามได้
Q: ทาสีเสร็จกลิ่นยังอยู่ ต้องรอกี่วันถึงเข้าอยู่ได้?
A: สีน้ำอะคริลิกสูตรกลิ่นอ่อนหรือ Low VOCs มักแห้งใช้งานได้ใน 24 ชั่วโมงและกลิ่นจางเร็ว เข้าอยู่ได้ภายใน 1 ถึง 2 วัน แต่ควรเปิดหน้าต่างระบายอากาศให้กลิ่นจางสนิทก่อน โดยเฉพาะห้องนอนและห้องของเด็กหรือผู้สูงอายุ ถ้าเป็นไปได้รอ 2 ถึง 3 วันให้มั่นใจว่าไม่มีกลิ่นตกค้าง จะปลอดภัยต่อระบบหายใจมากกว่า


